Home Manufacturing Ingredient สีผสมอาหารจากธรรมชาติสร้างสีสันให้อาหารจนอยากโพสต์ลงโซเชียล

สีผสมอาหารจากธรรมชาติสร้างสีสันให้อาหารจนอยากโพสต์ลงโซเชียล

โซเชียลมีเดียทำให้อาหารต้องมีสีสันสดใสเพื่อให้รูปดูเด่นสะดุดตาบนหน้าฟีด ผู้ผลิตจึงมักต้องใช้สีผสมอาหารเข้ามาช่วย แต่ผู้บริโภคขณะนี้ใส่ใจใน clean label มากขึ้น สีผสมอาหารจึงต้องมาจากธรรมชาติด้วย แต่การนำไปใช้กับอาหารแต่ละชนิดนั้นก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง

อาหารจะดูน่ากินทันทีถ้ามีสีสัน สียังมีผลไปถึงการรับรู้กลิ่นรสของผู้บริโภคได้เหมือนกัน ซึ่งก็มีงานวิจัยยืนยันในเรื่องนี้แล้วว่าสีมีผลเชื่อมโยงไปถึงอารมณ์ พอผู้บริโภคเห็นสีจากอาหาร แม้ยังไม่ทันจะกินก็ตั้งความหวังไว้ทันทีว่าอาหารนั้นจะมีรสเป็นแบบไหน

ชาวโซเชียลชอบอาหารสีสดใส

ยิ่งในยุคที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโซเชียลมีเดีย อย่าง Instagram หรือ Facebook รูปอาหารที่เราโพสต์ลงไปก็ยิ่งต้องเด่นสะดุดตาเวลาเพื่อนเลื่อนฟีดลงมาเห็น Mintel บอกว่าอาหารสีสว่างจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารสีม่วง ซึ่งมักจะโดดเด่นบนหน้าฟีดเสมอ นอกจากนี้ ก็ยังมีอาหารสีอื่นอีกที่เห็นแล้วสะดุดตา เช่น สีฟ้า หรือเขียว ซึ่งก็เป็นสีที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

การจะทำให้สีของอาหารสดใสน่ากินหรือน่าโพสต์ลงโซเชียลได้นั้น ผู้ผลิตก็ต้องพึ่งสีผสมอาหารเพราะสีเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญระดับที่ว่าผู้บริโภคจะซื้ออาหารนั้นหรือไม่ พวกเค้าจึงต้องใช้สีผสมอาหารเพื่อชดเชยสีจริงของอาหารที่อาจจะซีดลงไปในระหว่างกระบวนการ เติมสีสีนให้อาหารที่ดูจืดชืด หรือเร่งสีที่เกิดจากปฏิกิริยาบางอย่างขึ้นมา

สีผสมอาหารจากธรรมชาติกำลังมาแทนที่

แต่ก่อนส่วนใหญ่ผู้ผลิตอาหารก็คงใช้สีผสมอาหารสังเคราะห์เพราะให้สีสันสดใส แต่ระยะหลังผู้บริโภคกลับให้ความสำคัญกับ clean label มากขึ้น บวกกับ COVID-19 ยิ่งทำให้ผู้บริโภคใส่ใจในอาหารและสิ่งที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารนั้นว่าปลอดภัยแค่ไหน ทำให้สีผสมอาหารจากธรรมชาติได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและก็มีการพัฒนาจนรุดหน้าไปมาก

สีผสมอาหารจากธรรมชาติตอบโจทย์เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่มาจากธรรมชาติหรือมี clean label ได้อย่างดี ซัพพลายเออร์สีผสมอาหารเริ่มวกกลับมาผลิตสีจากธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งไม่ได้แค่ทำให้อาหารดูดี แต่ยังมี clean label สมใจผู้บริโภคด้วย

สีผสมอาหารจากธรรมชาติก็มีอยู่มากมายให้ RD ได้เลือกใช้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากพืช เช่น ขมิ้นชัน บีทรูท แอนแนตโท สารสกัดไวน์แดง ชบา (hibiscus) และดอกอัญชัน ซึ่งสามารถทำหน้าที่แทนสีสังเคราะห์ได้อย่างดี

การจะใช้สีจากธรรมชาติชนิดไหนนั้นต้องดูหลายปัจจัย

แต่การที่ RD จะเลือกสีผสมอาหารจากธรรมชาตินั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะบางทีผลลัพธ์อาจจะไม่ได้ออกมาดีอย่างที่คาดหวัง ทั้งนี้ก็เพราะปัจจัยหลายอย่าง เช่น อุณหภูมิ, pH, แสง, ความชื้น, บรรจุภัณฑ์, กระบวนการผลิต และอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งสีจากธรรมชาติยังมีราคาแพง และมี shelf life ต่ำ เมื่อเทียบกับสีผสมอาหารสังเคราะห์

การใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติต้องเลือกให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ เพราะสีผสมอาหารบางอย่างไวต่อค่า pH และมักจะซีดลงเมื่อโดนแสงหรือความร้อนในระหว่างกระบวนการผลิต ดังนั้น RD จึงต้องเลือกสีจากธรรมชาติที่ยังสามารถรักษาความเข้มสีเอาไว้ได้ตลอดกระบวนการผลิตและบนชั้นวางสินค้า ซึ่งอาจต้องมีการใช้ masking agent หรือบรรจุภัณฑ์มาช่วยปกป้องจากแสงยูวี เพื่อรักษาความเข้มสีของผลิตภัณฑ์นั้นเอาไว้ให้ได้

ยกตัวอย่าง เช่น pH จะมีผลกับสีแดง ม่วง และชมพู ขณะที่ไม่มีผลกับเหลือง ส้ม หรือน้ำตาล สีแดงที่เคยใช้กับไอศกรีมรสสตรอว์เบอรี่ก็อาจไม่สามารถใช้ได้กับน้ำผลไม้สีแดง เพราะมีค่า pH ที่ต่างกัน สีที่มีส่วนผสมของสาหร่ายสไปรูไลนาจะช่วยให้สีเปลี่ยนแปลงน้อยลง เพราะมันช่วยลดผลกระทบจากความร้อนในกระบวนการได้

ผู้บริโภคต้องการสีผสมอาหารที่ดีต่อโลกและดีต่อสุขภาพ ยิ่งการมาถึงของ COVID-19 ยิ่งทำให้เรื่อง food safety สำคัญมากขึ้นไปอีก สีผสมอาหารจากธรรมชาติจะช่วยย้ำถึงความเป็นธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ที่จะสร้างคุณค่าเพิ่มขึ้น ทั้งในเรื่องสุขภาพ ความยั่งยืน และคุณภาพที่ดีกว่า

Reference:

https://www.foodnavigator.com/Article/2020/11/18/Instagrammable-shades-amongst-the-hottest-trends-in-natural-colours

https://www.foodbeverageinsider.com/colors-flavors/colors-and-flavors-inspired-nature-feed-production-innovation

FoodBizs Team
ทีมงาน FoodBizs ที่คลุกคลีในอุตสาหกรรมอาหารมานานหลายปี และตอนนี้ก็ยังติดตามเคลื่อนไหวและรวบรวมข้อมูลข่าวสารในวงการนี้มาตลาด

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular

สีผสมอาหารจากธรรมชาติสร้างสีสันให้อาหารจนอยากโพสต์ลงโซเชียล

อาหารจะดูน่ากินทันทีถ้ามีสีสัน สียังมีผลไปถึงการรับรู้กลิ่นรสของผู้บริโภคได้เหมือนกัน ซึ่งก็มีงานวิจัยยืนยันในเรื่องนี้แล้วว่าสีมีผลเชื่อมโยงไปถึงอารมณ์ พอผู้บริโภคเห็นสีจากอาหาร แม้ยังไม่ทันจะกินก็ตั้งความหวังไว้ทันทีว่าอาหารนั้นจะมีรสเป็นแบบไหน ชาวโซเชียลชอบอาหารสีสดใส ยิ่งในยุคที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโซเชียลมีเดีย อย่าง Instagram หรือ Facebook รูปอาหารที่เราโพสต์ลงไปก็ยิ่งต้องเด่นสะดุดตาเวลาเพื่อนเลื่อนฟีดลงมาเห็น Mintel บอกว่าอาหารสีสว่างจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารสีม่วง ซึ่งมักจะโดดเด่นบนหน้าฟีดเสมอ...

snack แบบไหนโดนใจผู้บริโภค พร้อมเผยความต้องการที่อาจไม่เคยรู้

ตลาดผลิตภัณฑ์ snack นั้นมีพัฒนาการขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ snack เพื่อสุขภาพ ตามความต้องการของผู้บริโภคที่แทบจะกิน snack กันจนเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันกันไปแล้ว โดย snack ในที่นี้หมายถึงอาหารมื้อเบาๆ อาจจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มก็ได้ Cargill ได้ทำงานวิจัยชิ้นหนึ่งขึ้นมา โดยการไปสำรวจผู้บริโภควัยผู้ใหญ่กว่า 1,200 คน โดยไม่จำกัดว่าจะมีลูกแล้วหรือยังไม่มี...

Snack ยอดฮิตประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคือเบเกอรี่และขนมหวาน

นิสัยการกินของกินเล่นหรือ snack เป็นเรื่องที่อยู่คู่กับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาเนิ่นนาน จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงกับพฤติกรรมผู้บริโภคครั้งสำคัญที่ส่งผลมาถึงพฤติกรรมการกิน snack ไปด้วย มาจนถึงตอนนี้เรากิน snack กันบ่อยขึ้น ตามรายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นและการหาซื้อ snack ที่ง่ายดายและทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ยอดขายเติบโตก้าวกระโดดไม่ว่าจะในช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ เบเกอรี่และขนมหวานคือของโปรดของคนเอเชียแปซิฟิก

การพัฒนาอาหารผสม CBD จากกัญชงจะให้ดีต้องเข้าใจคุณสมบัติก่อน

ชั่วโมงนี้ถ้าไม่พูดถึงกัญชงหรือสารสกัดของมันอย่าง CBD ก็อาจจะถูกหาว่าตกเทรนด์ก็เป็นได้ เพราะในบ้านเราทั้งผู้บริโภคและภาครัฐต่างตื่นตัวกับเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม การจะนำสารสกัดของกัญชงอย่าง CBD ที่นับว่ามีประโยชน์รอบด้านมาใช้เป็น ingredient ในอาหารและเครื่องดื่มนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว ต้องใช้ความเข้าใจมากสักหน่อย ในเมืองนอก เราได้เห็นผลิตภัณฑ์หลายอย่างจากกัญชงออกสู่ตลาดกันบ้างแล้ว เช่น ลูกอม กัมมี่ ช็อกโกแลต หรือแม้แต่ของกินเล่นสำหรับน้องหมาน้องแมว ที่มีมูลค่าเติบโตขึ้นอย่างมากจนเราตาลุกวาว...

Recent Comments