Home Manufacturing Processing & Technology freeze dry เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์เพื่อการผลิตโปรไบโอติก

freeze dry เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์เพื่อการผลิตโปรไบโอติก

freeze dry เป็นเทคโนโลยีการแปรรูปที่เหมาะสมกับการผลิตโปรไบโอติก เพราะมันจะยังมีชีวิตอยู่และให้ประโยชน์กับร่างกาย โดยเฉพาะกับระบบย่อยได้อาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของแคปซูลหรือเติมในผลิตภัณฑ์อาหารก็ได้

0
2
Photo by Schäferle from Pixabay

ณ ขณะนี้ ใครๆ ต่างก็ให้ความสำคัญกับสุขภาพ โดยเฉพาะในเรื่องระบบย่อยอาหารและภูมิคุ้มกัน ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพจึงโตขึ้นตาม แน่นอนว่ารวมถึงโปรไบโอติกและพรีไบโอติกด้วย โดยการใช้เทคโนโลยี freeze dry ถูกมองว่าเป็นวิธีการแปรรูปสำคัญสำหรับการผลิตโปรไบโอติกและพรีไบโอติกเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในตอนนี้

อย่างที่รู้กันว่าโปรไบโอติกก็คือแบคทีเรียมีประโยชน์ที่มีชีวิต ซึ่งส่งผลดีกับร่างกายหลายอย่าง รวมถึงระบบย่อยอาหารด้วย ขณะที่พรีไบโอติกคือไฟเบอร์ที่ได้จากผักผลไม้ ซึ่งร่างกายเราไม่สามารถย่อยได้ จึงกลายเป็นอาหารให้กับโปรไบโอติกในลำไส้ ปัจจุบันผู้บริโภคต่างก็เข้าใจประโยชน์ของทั้งพรีและโปรไบโอติกกันอย่างดี และอาหารหลายเมนูก็เป็นแหล่งของพวกมัน เช่น kefir, kombucha, และ sauerkraut และเดี๋ยวนี้อย่างมีทางเลือกใหม่ในรูปของแคปซูลอีกด้วย

Freeze dry เริ่มแรกถูกนำมาใช้กับการแปรรูปผักและเนื้อสัตว์เมื่อกว่าร้อยปีก่อน โดยกลไกการทำงานของ freeze dry นั้นจะลดอุณหภูมิผลิตภัณฑ์ให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ก่อนจะให้มันระเหิดออกไปผ่านการใช้ความร้อนและความดัน กระบวนการทั้งหมดกินเวลาประมาณ 24-72 ชั่วโมง

โปรไบโอติกที่ผ่านการ freeze dry จะยังคงมีชีวิตอยู่ และสามารถทำงานได้เหมือนปกติ มีความเสถียรทั้งโครงสร้างและสารอาหาร พร้อมด้วยประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารครบถ้วน

สภาวะในกระบวนการ freeze dry นั้นจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเชื้อจุลินทรีย์และการรักษาให้เชื้อโปรไบโอติกมีชีวิตอยู่รอดตลอดกระบวนการ ด้วยการให้ความดันและความร้อนระดับต่ำๆ เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีการแปรรูปแบบอื่นทั้ง spray dry หรือ air dry แล้ว freeze dry ถือว่าได้เปรียบในการรักษาความบริสุทธิ์ของโปรไบโอติก แม้จะอยู่ในรูปผงก็ตาม

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก Freeze dry การันตีว่าสามารถรักษาคุณประโยชน์ของโปรไบโอติกได้ดี ซึ่งสามารถกินเป็นอาหารเสริมได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือจะบดเป็นผงเพื่อใส่ในแคปซูลก็ได้ สำหรับผู้ผลิตโปรไบโอติกแล้ว นั่นหมายความว่าเชื้อจะมี shelf life ที่ยาวนานขึ้น ช่วยลดโอกาสเกิดของเสีย และเพิ่มความยั่งยืนได้อีกด้วย

โปรไบโอติกสามารถเอาไปใส่ในเม็ดแคปซูล หรือเติมลงในผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติก็ได้ เช่น โยเกิร์ต นม หรือ snack อย่างซีเรียลบาร์หรือเครื่องดื่มนมจากพืช

ทีมงาน FoodBizs ที่คลุกคลีในอุตสาหกรรมอาหารมานานหลายปี และตอนนี้ก็ยังติดตามเคลื่อนไหวและรวบรวมข้อมูลข่าวสารในวงการนี้มาตลาด