Home Manufacturing Processing & Technology COVID-19 ทำให้โรงงานอาหารฉุกคิดที่จะใช้ automation มากขึ้น

COVID-19 ทำให้โรงงานอาหารฉุกคิดที่จะใช้ automation มากขึ้น

COVID-19 ทำให้ผู้ผลิตอาหารต้องหันมาพิจารณาใช้ automation มากขึ้น ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงการประหยัดแรงงานและมีความยืดหยุ่น ซึ่งระบบต่างๆ อย่าง vision, robot หรือ AI สามารถเข้ามาช่วยเพื่อให้ผู้ผลิตมีทั้งความเร็วและความยืดหยุ่นไปพร้อมกันได้

ไม่เพียงแค่การ disruption จากเทคโนโลยีเท่านั้น การแพร่ระบาดของ COVID-19 เองก็มีบทบาททำให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มหันมาพิจารณานำ automation เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ automation, robot หรือ AI ซึ่งแต่ก่อนมักถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายที่เข้ามาแย่งงานของมนุษย์ แต่ความคิดนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วหลังจากมี COVID-19 เกิดขึ้น

Automation จะต้องช่วยเรื่องแรงงานและความยืดหยุ่น

Automation ควรตอบโจทย์ใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การประหยัดแรงงานและมีความยืดหยุ่น แน่นอนว่าแรงงานในขณะนี้มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ โดยเฉพาะกับโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ จนส่งผลให้เกิดความกังวลไปทุกภาคส่วน ส่วนความยืดหยุ่นก็จำเป็น โดยเฉพาะในช่วงของการแพร่ระบาด เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการเปลี่ยนไป อยากได้ขนาดเล็กลงสำหรับกินครั้งเดียวหรืออยากได้ชนิดบรรจุภัณฑ์แบบอื่น และบางครั้งผู้ผลิตอาจจะต้องเร่งผลิตสินค้าบางตัวที่ผู้บริโภคต้องการซื้อกักตุน

การแพร่ระบาดของ COVID-19 กลายเป็นตัวเร่งให้อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและเครื่องดื่มนำ automation เข้ามาใช้มากขึ้น โดยเน้นในเรื่องการลดแรงงานและมีความยืดหยุ่น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละอุตสาหกรรมด้วย ยกตัวอย่าง โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ที่ใช้แรงงานคนจำนวนมากตั้งแต่ขั้นตอนการชำแหละจนไปถึงสไลซ์เนื้อสัตว์ แล้วไปเน้นการใช้ automation ในขั้นตอนการบรรจุมากกว่า

คำนวณความคุ้มค่าจากหลายปัจจัย

การตัดสินใจสำคัญตกไปอยู่ที่การเลือกกระบวนการผลิตไหนที่จะนำ automation มาใช้ ซึ่งแต่ละโรงงานก็ไม่เหมือนกัน และมีตัวแปรที่ต้องนำมาพิจารณาต่างกัน สำหรับโรงงานที่ยังพึ่ง automation ไม่มากนักอาจจะใช้แค่ราวแขวนเนื้อก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องคำนวณ ROI โดยคำนึงถึง 3 ปัจจัย ได้แก่ ผลิตภาพ คุณภาพ และความสะดวกในการทำงาน

หากพูดถึงเรื่องคุณภาพแล้ว แม้ automation จะสามารถรักษามาตรฐานไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ความยากจะเกิดขึ้นทันทีหากสินค้าหรือวัตถุดิบที่เข้ามาไม่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือตัวแปรอื่น ดังนั้น จึงอาจจะต้องนำระบบ vision เข้ามาใช้เพื่อช่วยระบุตำแหน่ง คัดแยกสินค้า หรือตรวจจับข้อบกพร่อง ซึ่งอาจจะใช้ร่วมกับแขนกล ที่มีปลายแขนเป็นยางจับหรือจุกสุญญากาศก็ได้

Automation ในขั้นตอนบรรจุ

ส่วนใหญ่แล้วขั้นตอนการบรรจุมักเป็นส่วนที่ใช้ automation มากที่สุดในโรงงานแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งใช้กันมาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว เพราะมันทำได้รวดเร็วและทำซ้ำได้ แต่อาจจะต้องมีปัจจัยบางอย่างที่ต้องพัฒนาระบบ automation ในขั้นตอนการบรรจุให้ดีขึ้น เนื่องจากปัจจุบันแต่ละโรงงานมี SKU จำนวนมาก หรือบางทีลูกค้าก็มีความต้องการหลากหลาย อย่างรูปแบบการเรียงสินค้าบนพาเลทหรือกล่องบรรจุที่ไม่เหมือนกัน จนบางทีก็ต้องกลับมาพึ่งแรงงานคนให้ทำแทน

สปีด VS ความยืดหยุ่น

ในกระบวนการทำงานที่จะนำ automation มาใช้ โดยเฉพาะในขั้นตอนการบรรจุนั้น บางทีเราอาจจะต้องเลือกระหว่างความยืดหยุ่นกับความมีประสิทธิภาพสูง หากได้อย่างหนึ่งก็อาจจะต้องเสียอีกอย่างหนึ่ง ปัญหานี้ยิ่งเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 เพราะผู้ผลิตต้องเปลี่ยน SKU ในระหว่างเดินการผลิตให้ไว และบาง SKU ก็ต้องมีช่วงการผลิตนานขึ้นเพื่อรองรับกับความต้องการที่สูงขึ้น

โชคดีที่ช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ supplier เครื่องจักรเองก็ได้ปรับปรุงทั้งผลิตภาพกับความยืดหยุ่นของเครื่องจักรไปพร้อมๆ กัน ด้วยการอาศัย servomotor เพื่อช่วยถอดแยกหรือสับเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ง่ายขึ้น แม้มันจะมีราคาสูง และการสับเปลี่ยนก็ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้เราเสียเวลาในการผลิตสินค้าหลาย SKU ความจริงข้อหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือยิ่งเครื่องจักรสามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายอย่างเท่าไร ก็ยิ่งทำให้การผลิตแต่ละชิ้นนั้นช้าลง

Robot ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีราคาแพงกว่า servo ที่ติดตั้งบนเครื่องจักร มันสามารถช่วยให้เราได้ทั้งผลิตภาพและความยืดหยุ่นสูง และยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ robot มีประโยชน์รอบด้านและสามารถเพิ่มคุณค่าในหลายจุดได้

ระบบ vision ก็ได้รับการปรับปรุงให้สามารถตรวจจับและทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ จนพัฒนาเป็น cobot (collaborative robot) ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้จำกัดระยะและความเร็วของการเคลื่อนที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพนักงานที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ

Automation ควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรับมือวิกฤติในอนาคต

เราไม่รู้เลยว่ามาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 นี้ยังจะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน แต่ยังไงเราคงต้องมีแผนการระยะยาวรองรับ จากการสำรวจของ AIB International พบว่า 78% ของผู้บริหารในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเชื่อว่า มันคงจะมีการแพร่ระบาดเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต และ 30% เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า

ผู้บริหารจึงต้องถกกันอย่างจริงจังถึงการรับมือกับ disruption ในอุตสาหกรรม อย่างการแพร่ระบาดของโรคร้าย ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้น การลงทุนอย่างต่อเนื่องในเครื่องจักรอาจจะช่วยเราได้หลายทาง แม้จะเลี่ยงการรักษาระยะห่างไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยประหยัดแรงงาน ทั้งนี้ AI ยังสามารถช่วยวิเคราะห์ตัวแปรต่างๆ ในกระบวนการที่อาจส่งผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้ และสามารถจัดการกับต้นตอของปัญหาได้อย่างรวดเร็วกว่าคนด้วย ส่วน IoT ก็สามารถช่วยเปิดโลกในการติดตามการทำงานและการซ่อมบำรุงของเครื่องจักรแต่ละตัว แบบ real time โดยไม่ต้องอาศัยคนทำงานมากนัก

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ช่วยให้ผู้ผลิตมองเห็นหนทางก้าวไปข้างหน้า และมีแนวโน้มจะนำ automation มาใช้งานในทุกๆ จุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกในอนาคต พวกเค้าก็คงจะพอมีภูมิต้านทานอยู่บ้างแล้ว

Reference:

https://www.foodprocessing.com/articles/2021/pandemic-automation-impact/

FoodBizs Team
ทีมงาน FoodBizs ที่คลุกคลีในอุตสาหกรรมอาหารมานานหลายปี และตอนนี้ก็ยังติดตามเคลื่อนไหวและรวบรวมข้อมูลข่าวสารในวงการนี้มาตลาด

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular

COVID-19 ทำให้โรงงานอาหารฉุกคิดที่จะใช้ automation มากขึ้น

ไม่เพียงแค่การ disruption จากเทคโนโลยีเท่านั้น การแพร่ระบาดของ COVID-19 เองก็มีบทบาททำให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มหันมาพิจารณานำ automation เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ automation, robot หรือ AI ซึ่งแต่ก่อนมักถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายที่เข้ามาแย่งงานของมนุษย์ แต่ความคิดนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วหลังจากมี COVID-19 เกิดขึ้น Automation จะต้องช่วยเรื่องแรงงานและความยืดหยุ่น

แค่ดื่มโกโก้ก็อาจฉลาดขึ้น เพราะผลของฟลาโวนอยด์

มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมร่วมกับมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ช่วยกันทำงานวิจัยเพื่อศึกษาผลของการได้รับฟลาโวนอยด์ต่อความสามารถทางสติปัญญา ด้วยการให้กลุ่มผู้ทดสอบดื่มโกโก้ ซึ่งเป็นแหล่งหนึ่งของฟลาโวนอยด์ แล้วทดสอบความสามารถทางสติปัญญา รวมทั้งวัดระดับออกซิเจนในหลอดเลือดสมอง อันที่จริง นอกจากโกโก้ที่ใช้เป็นตัวแทนที่ให้ฟลาโวนอยด์ในงานวิจัยนี้แล้ว ฟลาโวนอยด์ยังสามารถพบได้ในผักผลไม้มากมาย เช่น องุ่น แอปเปิ้ล ชา เบอรี่ และอาหารอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่พวกเราก็เข้าใจกันดีว่ามันมีประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดของเรา แต่ประโยชน์ของมันต่อความสามารถทางสติปัญญายังไม่ค่อยชัดเจนนัก หากเรารู้แน่ชัดแล้ว ก็จะช่วยกำหนดแนวทางการเลือกกินอาหารของเราให้ดียิ่งขึ้นได้

food safety culture บรรจุในมาตรฐาน เพราะเป็นรากฐานของอาหารปลอดภัย

สาเหตุหลักของการแพร่ระบาดการป่วยจากอาหาร หรือการเรียกคืนสินค้านั้น มักจะมาจากความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของพนักงานที่บางครั้งไม่ได้เป็นไปตามข้อกำหนด food safety หน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องนี้จึงต้องออกระเบียบเพื่อเน้นย้ำให้ตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมอาหารปลอดภัยหรือ food safety culture Food Safety Culture สำคัญอันดับต้นๆ เมื่อกรกฎาคมปี 2020 FDA...

AEC Trade Center ห่วงความปลอดภัย จึงเลื่อนกิจกรรม Food Destination Center

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร กล่าวว่า AWC ได้พัฒนา AEC Trade Center – PANTIP Wholesale...

Recent Comments