Home Business Research คาเฟอีนมีผลช่วยยกระดับสมรรถภาพร่างกาย

คาเฟอีนมีผลช่วยยกระดับสมรรถภาพร่างกาย

จากการรีวิวงานวิจัยกว่า 300 ชิ้น พบว่า หากร่างกายได้รับคาเฟอีนประมาณ 3-6 mg/kg น้ำหนักตัว จะช่วยให้มีสมรรถภาพร่างกายในระหว่างออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาดีขึ้นประมาณ 2-16% ทั้งนี้เป็นเพราะคาเฟอีนจะไปแย่งจับกับตัวรับในสมองแข่งกับอะดีโนซีน ทำให้สมองไม่รู้สึกเหนื่อยล้า

กาแฟได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับใครหลายคนจนขาดไม่ได้ไปแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติและกลิ่นละมุนที่เราถวิลหาจากกาแฟอย่างเดียว แต่รวมถึงคาเฟอีนด้วย เพราะคาเฟอีนนั้นให้ทั้งความกระปรี้กระเปร่าและสมาธิจดจ่อกับสิ่งตรงหน้า ไม่เพียงแค่นั้น หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าคาเฟอีนทำให้สมรรถภาพร่างกายเราดีขึ้นได้ด้วย แม้เพียงชั่วคราวก็ตาม

คาเฟอีนสร้างความแตกต่างให้ร่างกาย

The Conversation ได้รีวิวเปเปอร์กว่า 300 ชิ้น แล้วพบว่า คาเฟอีนส่งผลต่อสมรรถภาพร่างกายและการออกกำลังกาย โดยพบว่าประสิทธิภาพการเล่นกีฬาจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2-16% เมื่อได้รับคาเฟอีนเข้าร่างกาย หากได้รับปริมาณมากจริงๆ ก็จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 16% แต่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 2-6%

การมีคาเฟอีนในร่างกายนั้น เราอาจจะไม่ได้เห็นผลอะไรมากมายหากทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันปกติ แต่ว่าถ้าเป็นในการแข่งขันกีฬาแล้ว สมรรถนะร่างกายที่เพิ่มขึ้นนิดหน่อยก็สร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาล

การรีวิวงานวิจัยครั้งนี้พบว่า คาเฟอีนสามารถทำให้คนเราวิ่งหรือปั่นจักรยานได้นานกว่าปกติหรือทำสปีดได้ดีกว่าเดิม ถ้าเป็นการยกเวท ก็จะยกได้มากครั้งขึ้นหรือเพิ่มน้ำหนักเวทได้มากขึ้น

คาเฟอีนทำงานแข่งกับอะดีโนซีน

ที่เป็นแบบนี้เพราะคาเฟอีนมีโครงสร้างหน้าตาคล้ายกับอะดีโนซีน สารตัวนี้มันจะไปจับกับตัวรับในสมองเพื่อคอยรายงานให้สมองรับรู้ว่าเรากำลังล้า ทีนี้พอมีคาเฟอีนมาแย่งจับกับตัวรับ มันก็เลยอาจจะให้ผลตรงข้ามได้

เดิมทีนักวิจัยเคยคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำอาจจะไม่มีผลอะไรหรืออาจจะมีผลน้อย แต่พอมาได้ศึกษาจริงๆ แล้วกลับพบว่าคาเฟอีนสามารถเพิ่มสมรรถนะของร่างกายได้โดยไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมเลย

สำรวจตัวเองแล้วดื่มอย่างพอดี

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับควรจะอยู่ระหว่าง 3-6 mg/kg น้ำหนักตัว เพื่อให้ร่างกายมีสมรรถภาพเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าหนัก 70 kg ก็ต้องได้รับคาเฟอีนประมาณ 210-420 mg หรือประมาณกาแฟ 2 ถ้วย โดยปกติกาแฟถ้วยหนึ่งมีคาเฟอีนอยู่ที่ 95-165 mg ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์กาแฟและกรรมวิธีผลิตด้วย

ผู้เชี่ยวชาญยังบอกอีกว่า ควรจะดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาประมาณ 45-90 นาที แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะอัดกาแฟตลอด เพราะการที่ดื่มกาแฟมากเกินไปก็อาจจะมีผลข้างเคียงได้ อย่างอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน

ทั้งนี้ เราคงต้องทดสอบกับตัวเราเองก่อนว่า การที่เราได้รับคาเฟอีนเข้าร่างกายแล้วมันสร้างความแตกต่างในการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาให้กับเราจริงหรือไม่ หรือมันแค่ทำให้เราเสียเงินเพิ่มขึ้นเฉยๆ แต่หากอยากได้ประสิทธิภาพร่างกายที่ดีขึ้นโดยไม่ได้หวังอะไรมาก กาแฟคือคำตอบสุดท้าย

Reference:

https://www.sciencealert.com/coffee-can-enhance-your-physical-performance-says-new-review

FoodBizs Team
ทีมงาน FoodBizs ที่คลุกคลีในอุตสาหกรรมอาหารมานานหลายปี และตอนนี้ก็ยังติดตามเคลื่อนไหวและรวบรวมข้อมูลข่าวสารในวงการนี้มาตลาด

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular

Codex ออกแนวทางจัดการสารก่อภูมิแพ้ในอาหาร หวังลดการปนเปื้อน

บทสรุปจากการประชุมของ Codex Alimentarius ครั้งล่าสุดนั้น ออกมาเป็นรหัสหลักปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการสารก่อภูมิแพ้ในอาหาร (Code of Practice on Food Allergen Management for Food Business Operators) ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา  เพื่อให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารได้นำไปปฏิบัติตาม

ช็อกโกแลตจะอร่อยขั้นพรีเมียมไม่ได้ ถ้าการหมักโกโก้ยังไม่เหมาะสม

ตลาดช็อกโกแลตในเอเชียกำลังขยายตัว เช่นเดียวกับตลาดในบ้านเรา ยิ่งภาครัฐมีการส่งเสริมการปลูกโกโก้ก็ยิ่งทำให้มีคนสนใจนำผลผลิตเหล่านี้มาผลิตเป็นช็อกโกแลตมากขึ้น ปัจจุบันมีผู้ผลิตช็อกโกแลตเกรดพรีเมียมหลายรายกำลังง่วนอยู่กับการปรับจูนรสชาติให้หลากหลายและโดนใจผู้บริโภคมากขึ้น เมล็ดโกโก้กำหนดคุณภาพช็อกโกแลต จากงานวิจัยของภาควิชาวิทยาศาสตร์อาหาร มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน บอกใบ้เราว่าแท้จริงแล้วเคล็ดลับการปรับจูนรสชาติอาจจะเริ่มตั้งแต่กระบวนการเตรียมเมล็ดโกโก้เลยทีเดียว ซึ่งงานวิจัยนี้ทำการศึกษาโกโก้ใน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ Criollo และ Trinitario

Snack สูตรคีโตอยู่ในความสนใจ แต่จะผลิตอย่างไรให้อร่อยดี

การกินคีโตเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับคนรักสุขภาพและต้องการควบคุมน้ำหนักทั่วโลก ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ง่ายๆ คือการเลี่ยงน้ำตาลและแป้ง แล้วหันมาเน้นที่การกินไขมันแทน ในปี 2018 คำว่า “แพนเค้กสูตรคีโต” และ “ชีสเค้กสูตรคีโต” กลายเป็นคำยอดฮิตในหมวดอาหารที่มีการค้นหาผ่านกูเกิ้ลมากที่สุดในอันดับ 3 และ 4 ตามลำดับ จากสถิตินี้เราอาจจะตีความได้ว่า แม้แต่คนที่กินคีโตก็ยังอดไม่ได้ที่ต้องหาอะไรถูกปากมากินบ้าง และตัวเลือกอันดับต้นๆ ก็คือ...

COVID-19 เปลี่ยนทิศทางอนาคตบรรจุภัณฑ์อาหารให้ต่างไปจากเดิม

COVID-19 เข้ามาเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกไปอย่างมากมาย ทั้งเรื่องการทำงาน การเข้าสังคม และการใช้จ่าย อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารเองก็ต้องเปลี่ยนไปด้วยตามพฤติกรรมและความกังวลของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีทั้งความปลอดภัยและความยั่งยืน ไปพร้อมกันกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค ในยุคที่ COVID-19 กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนเฝ้าจับตามอง บรรจุภัณฑ์อาหารก็ต้องปรับตัวตามโดยให้นึกถึงปัจจัยเหล่านี้เป็นหลักสำหรับการพัฒนา เตรียมตัวเพื่อ e-commerce

Recent Comments